Stop Loss คืออะไร ? ทำไมถึงเจ๊งหากไม่มี Stop Loss

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...

Stop Loss หรือ Cut loss คือการหยุดขาดทุน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการเทรด Forex ตลาดที่มีการแกว่งตัวสูงขนาดนี้หากไม่มีการหยุดขาดทุน เงินลงทุนของคุณอาจจะเป็น 0 และล้างพอร์ทได้อย่างรวดเร็ว

 

ทำไมต้องมี Stop Loss?

ตลาด Forex สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ในแต่ละวันกราฟสามารถขึ้นลงได้ทั้งวัน โอกาสที่คุณจะคาดการณ์ทิศทางของราคาได้แม่นยำ 100% คงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน หากราคาไม่ได้ไปตามทิศทางที่คุณคิดไว้ล่ะคุณจะทำอย่างไร? ปล่อยให้ขายทุนไปเรื่อยๆหรือป่าว? ถ้าหากคุณปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อยๆจะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนคุณก็จะล้างพอร์ตภายในไม่ช้า จะดีกว่าไหมถ้าหากคุณยอดขาดทุนเมื่อราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ยอมขาดทุนเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ขาดทุนหมดทั้งบัญชี จนเงินในบัญชีเหลือ 0

ดังนั้นการ Stop Loss จึงมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยไม่ให้คุณล้างพอร์ตการจากขาดทุนเพียงออร์เดอร์เดียว

ดังคำกล่าวที่ว่า “ตลาดเป็นตัวกำหนดว่าจะให้เรากำไรได้เท่าไหร่ แต่เราเป็นคนกำหนดว่าเราจะขาดทุนได้เท่าไหร่”

 

Stop Loss แบ่งเป็น 3 รูปแบบได้แก่

 

1. Equity Stop (หยุดขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์)

การหยุดขาดทุนตามเปอร์เซ็นต์หรือตามจำนวนจุดที่ตั้งไว้ เทรดเดอร์หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการตั้ง Stop Loss รูปแบบนี้ประมาณว่า ผมตั้ง Stop Loss 10 จุดในแต่ละออร์เดอร์หรือไม่ก็ ถ้าขาดทุนเกิน 5% ของต้นทุนแล้วผมจะทำการ Stop Loss เลย วิธีนี้เป็นการหยุดขาดทุนในรูปแบบนี้คือการหยุดขาดทุนโดยไม่ดูสภาวะตลาดหรือไม่ดูความเหมาะสมของตลาดเลยเพียงแต่เรากำหนดว่าจะยอมขาดทุนกี่จุด เราก็จะตัดขาดทุนเมื่อราคาผิดทางมากี่จุด ซึ่งผมคิดว่าการตั้ง Stop Loss แบบนี้เป็นวิธีที่ไม่ดีเลย เพราะเป็นการหยุดขาดทุนแบบไม่ลืมหูลืมตา และเป็นการตั้งขาดทุนโดยที่ไม่มีเหตุผล

ดังนั้น ผมจึงไม่แนะนำให้หยุดขาดทุนโดยใช้วิธีการนี้ เนื่องจากการเป็นเทรดเดอร์ที่ดีจะต้อง เปิด ปิด ออร์เดอร์มีเหตุผลในทุกๆครั้งที่ทำการเทรด

 

2. Time Stop (หยุดขาดทุนตามเวลา)

การหยุดขาดทุนตามเวลา ถ้าพูดมาแบบนี้หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจก็เป็นไปได้ ว่าความจริงแล้วการหยุดขาดทุนตามเวลานั้นเป็นอย่างไร? การหยุดขาดทุนตามเวลาคือ การหยุดขาดทุนเมื่อเราไม่แน่ใจหรือไม่อยากเสี่ยงกับอนาคตที่จะเกิดขึ้น เช่น บางคนอาจจะไม่เทรดข้ามวันแต่เมื่อพอจะนอนก็ทำการปิดออร์เดอร์ที่ถืออยู่ให้หมดแล้วจึงค่อยนอน, บางคนอาจจะไม่เทรดข้ามสัปดาห์เพราะกลัวความผันผวนที่อยู่ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ดังนั้นพอมาถึงวันศุกร์ก็พยายามปิดออร์เดอร์ให้หมด และบางคนอาจจะปิดออร์เดอร์เมื่อใกล้ถึงเวลามีข่าวรุนแรงเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนเมื่อมีข่าวออกมา เป็นต้น

ดังนั้น วิธีนี้จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการหยุดขาดทุน ในตอนที่เราไม่มั่นใจหรือกลัวความเสี่ยงจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

3. Market Conditions Stop (หยุดขาดทุนตามสภาวะตลาด)

การหยุดขาดทุนตามสภาวะตลาดเป็นมีกฎการหยุดขาดทุนที่ไม่ตายตัว จะเปลี่ยนรูปแบบและเทคนิคการ Stop Loss ไปตามสภาวะตลาด เช่น ถ้าราคาเคลื่อนที่เป็นเทรนก็จะทำการเลื่อน Stop Loss ไล่ตามราคา, ถ้าราคาเคลื่อนที่ในทิศทาง Sideway ก็จะตั้ง Stop Loss ตามแนวรับแนวต้าน เป็นต้น วิธีนี้เป็นการหยุดขาดทุนแบบนี้เป็นการหยุดขาดทุนที่ต้องมีเหตุผล

ดังนั้น วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ผมอยากแนะนำ เนื่องจากเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าในอนาคตตลาดนั้นจะเคลื่อนที่ไปทิศทางไหนเมื่อไหร่กราฟจะแกว่งตัวมากหรือน้อย ปัจจัยเหล่านี้เราไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่นอน 100% ดังนั้น การที่เราจะตั้งกฎตายตัวให้มันก็ย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดี

ตัวอย่างการหยุดขาดทุนตามสภาวะตลาด ข้างล่างนี้
สมมุติว่า ราคาเคลื่อนที่ในกรอบเราก็ควรตั้ง Stop Loss ห่างออกจากแนวรับแนวต้านไปอีกนิดหนึ่ง เพื่อป้องกันการแกว่งตังที่จะเกิดขึ้น

เราก็ควรตั้ง Stop Loss ห่างออกจากแนวรับแนวต้านไปอีกนิดหนึ่งเพื่อป้องกันการแกว่งตั้งที่จะเกิดขึ้น

สมมุติว่า ราคาเคลื่อนที่เป็นเทรนเราก็ควรตั้ง Stop Loss แบบเลื่อนตามราคา บางคนอาจจะเลื่อนตามจุดพักตัวเดิม หรือบางคนจะกำหนดระยะห่าง ไม่ควรตั้งนิ่งๆทิ้งไว้เฉยๆเพราะว่า ถ้าราคากลับตัวเราอาจจะพลาดกำไรครั้งใหญ่ทั้งๆที่เราควรจะได้มา สมมุติว่าราคานั้นได้มีการกลับตัวก็จะโดน Stop Loss อันล่าสุดที่เราตั้งไว้

มีความจริงคำหนึ่งที่ถูกกล่าวไว้ว่า “นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ จะมุ่งไปที่เสี่ยงน้อยสุด ไม่ใช่ได้กำไรมากสุด”
หลังจากที่เรารู้ไปแล้วว่ามีแบบไหนบ้าง ทีนี้จะมาพูดถึงเรื่อง การ Stop loss แบบกว้างและแคบ

เริ่มจากการตั้ง Stop Loss แบบแคบ
ข้อดี ของการตั้ง Stop Loss แบบแคบ ก็คือ เมื่อราคาเคลื่อนที่ผิดทางเราจะขาดทุนไปไม่มาก นั้นเองครับ

ข้อเสีย ของการตั้ง Stop Loss แบบแคบ ก็คือ ถ้าราคามีการแกว่งตัวมากอาจจะโดน Stop Loss ของเราที่ตั้งไว้อาจจะทำให้เราพลาดโอกาสกำไรที่เราควรจะได้

การตั้ง Stop Loss แบบกว้าง
ข้อดี ของการตั้ง Stop Loss แบบกว้าง ก็คือ เมื่อราคามีการแกว่งตัวมากโอกาสที่ราคาจะโดน Stop Loss ได้ก็มีน้อยทำให้เราไม่พลาดโอกาสกำไรที่เราควรจะได้รับ

ข้อเสีย ของการตั้ง Stop Loss แบบกว้าง ก็คือ เมื่อราคามีการเปลี่ยนแนวโน้มอาจทำให้เราขาดทุนค่อนข้างมากหน่อย

“การตั้ง Stop Loss ที่ดีคือ การตั้งให้แคบที่สุด แต่ต้องกว้างพอที่จะให้ราคาแกว่งตัวได้”