กราฟแท่งเทียน กุญแจสำคัญของ Price action พื้นฐานสำคัญที่ต้องรู้ !

กราฟแท่งเทียน หรือ Candlestick Chart เป็นกราฟราคาที่แสดงทั้งราคาเปิด ราคาปิด จุดต่ำสุด จุดสูงสุด เรียกว่ากราฟประเภทนี้แสดงได้สมบูรณ์แบบ โดยมีลักษณะคล้ายกับกราฟเป็นรูปแบบของกราฟราคาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน

หากแท่งเทียนอยู่ในรูปแบบแท่งเทียนขาขึ้น หรือ ตลาดกระทิง (Bullish) ราคาเปิดจะอยู่ต่ำกว่าราคาปิด

หากแท่งเทียนอยู่ในรูปแบบแท่งเทียนขาลง หรือ ตลาดกระหมี (Bearish) ราคาเปิดจะอยู่สูงกว่าราคาปิด

 

“มาทำความรู้จักกราฟแท่งเทียนกัน”

แต่ในเทคนิคเรื่องของ Price action แท่งเทียนขาขึ้นไม่จำเป็นต้องมีราคาเปิดอยู่ต่ำกว่าราคาปิดหรือแท่งเทียนขาลงไม่จำเป็นต้องมีราคาเปิดอยู่สูงกว่าราคาปิดเสมอไป เนื่องจากว่า Price action ให้ความสำคัญไปที่แรงซื้อขายในแท่งเทียน

ตัวอย่าง เห็นได้ว่าแท่งเทียนทั้ง 2 เป็นแท่งเทียนที่มีเนื้อเทียนสั้น แต่มีใส้เทียนที่ยาว แม้แท่งสีเขียวจะเป็นแท่งเทียนขาขึ้น แท่งเทียนสีแดงจะเป็นแท่งเทียนขาลง แต่ในทาง Price action เชื่อว่า แท่งเทียนสีเขียวคือสัญญาณของตลาดขาลง ส่วนแท่งสีแดงคือสัญญาณของตลาดขาขึ้น

 

หมายความว่าถ้าหากแท่งสีเขียวเกิดขึ้นที่แนวโน้มขาขึ้น อาจจะหมายถึงราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นแนวโน้มขาลง เนื่องจากว่าหลังจากที่ราคาเปิด กราฟราคาก็มีการพุ่งขึ้นไปสูงมาก(ดูจากไส้เทียนและจุดสูงสุด) หลังจากนั้นก็มีแรงเทขายมหาศาลทำให้ราคาลงมาปิดไม่ห่างจากราคาเปิดมากนัก นี่อาจจะเป็นสัญญาณการเทขายมหาศาลจนทำให้ราคาตกลงมาขนาดนี้ อาจจะเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มจากขาขึ้นเป็นขาลงได้ ส่วนแท่งสีแดงก็จะตรงกันข้ามกับแท่งสีเขียว

  • ถ้าหากไส้เทียนด้านบนยาวมาก หมายถึงมีแรงขายจำนวนมาก แม้ว่าผู้ซื้อจะดันราคาขึ้นไปสูงแต่ท้ายที่สุดแล้วผู้ขายก็ดึงราคากลับไปได้
  • ถ้าหากไส้เทียนด้านล่างยาวมาก หมายถึงมีแรงซื้อจำนวนมาก แม้ว่าผู้ขายจะดึงราคาต่ำลงมาแต่ท้ายที่สุดแล้วผู้ซื้อก็ดึงราคากลับไปได้
  • ถ้าหากไส้เทียนด้านล่างสั้น หมายถึงมีแรงซื้อเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • ถ้าหากไส้เทียนด้านบนสั้น หมายถึงขายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ความยาวของตัวเทียนก็สำคัญ

  • ตัวแท่งเทียนที่ยาวมากๆ ชี้ให้เห็นว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายที่ค่อนข้างแข็งแรง
  • ตัวแท่งเทียนที่สั้นจะบอกว่ามีการขยับของราคาเพียงเล็กน้อย จึงหมายความว่ามีแรงซื้อน้อยหรือแรงขายน้อยนั่นเอง
  • บางครั้งแท่งเทียนก็ไม่มีไส้เทียนเลยทั้งด้านบนและด้านล่าง แต่ว่ามีตัวแท่งเทียนที่ยาวแทน ซึ่งหมายความว่าตลาดเป็นกระทิงหรือเป็นหมีที่แข็งแรงมาก

หลังจากได้ดูแท่งเทียนรายแท่งมาแล้ว ต่อไปนี้เราจะมาดูภาพรวมของแท่งเทียนที่เป็นสัญญาณสำคัญที่อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการกลับตัว

 

โดยเฉพาะสัญญาณของแท่งเทียนที่แสดงความอ่อนแรงของแนวโน้ม จากภาพข้างล่างแสดงให้เห็นการอ่อนแรงของแนวโน้มขาลง แท่งเทียนขาลงเริ่มสั้นลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เร็วๆนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจากแนวโน้มขาลงเป็นแนวโน้มขาขึ้น

ดูจากกราฟในตลาดจริง เห็นได้ว่าราคาเมื่อใกล้เข้ามาในเส้นแนวรับตัวแท่งเทียนก็แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มขาลงอ่อนแรงลง มีความเป็นไปได้ว่าราคาจะกลับตัวหรือถ้ามีเส้นแนวรับอยู่บริเวณนั้น อาจเป็นไปได้ว่าราคาจะไม่สามารถทะลุแนวรับลงมาได้

จากภาพข้างล่างแสดงให้เห็นการอ่อนแรงของแนวโน้มขาขึ้น แท่งเทียนขาขึ้นเริ่มสั้นลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เร็วๆนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นแนวโน้มขาลง

ดูจากกราฟในตลาดจริง เห็นได้ว่าราคาเมื่อใกล้เข้ามาในเส้นแนวต้านตัวแท่งเทียนก็แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มขาลงอ่อนแรงลง มีความเป็นไปได้ว่าราคาาจะกลับตัวหรือถ้ามีเส้นแนวรต้านอยู่บริเวณนั้น อาจเป็นไปได้ว่าราคาจะไม่สามารถทะลุแนวต้านขึ้นไปได้

นอกจากเนื้อเทียนแล้ว ไส้เทียนก็มีนัยสำคัญากในเรื่องของ Price Action

ความหมายของไส้เทียน

  • ไส้เทียนเกิดขึ้นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงต่อสู้กันระหว่างแรงซื้อและแรงขาย
  • ถ้าหากไส้เทียนด้านบนยาวมาก หมายถึงมีแรงขายจำนวนมาก แม้ว่าผู้ซื้อจะดันราคาขึ้นไปสูงแต่ท้ายที่สุดแล้วผู้ขายก็ดึงราคากลับไปได้
  • ถ้าหากไส้เทียนด้านล่างยาวมาก หมายถึงมีแรงซื้อจำนวนมาก แม้ว่าผู้ขายจะดึงราคาต่ำลงมาแต่ท้ายที่สุดแล้วผู้ซื้อก็ดึงราคากลับไปได้

  • ไส้เทียนด้านบนยาว หมายความว่า แนวโน้นขาขึ้นนั้นอ่อนแอลง
  • ไส้เทียนด้านล่างยาว หมายความว่า แนวโน้มขาลงนั้นอ่อนแอลง

การดูกราฟแท่งเทียนเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ตามหลักของ Price action จะใช้ได้ดีกับ Time frame ที่ค่อนข้างใหญ่ Time frame ขนาดเล็กอย่าง 5min หรือ 15min อาจจะไม่สามารถให้คำตอบที่ดีได้ เพราะอาจจะมีสัญญาณหลอกออกมาบ่อย

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

About the author

Related

error: Content is protected !!