Moving Average (MA) คืออะไร ?

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

Moving Average หรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ มีชื่อย่อว่า MA

Moving Average(MA) เป็นอินดิเคเตอร์ตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ว่าจะในตลาดหุ้น หรือแม้แต่ในตลาด Forex ก็มีเทรดเดอร์ไม่น้อยที่ใช้ Moving Average(MA) เป็นเครื่องมือทำมาหากิน

Moving Average(MA) “เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้หาค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่เรากำหนด” และ Moving Average เป็นอินดิเคเตอร์ที่ไม่ค่อยเหมาะกับสภาวะตลาดที่เป็น Sideway เพราะถ้าตลาดเป็น Sideway เจ้า Moving Average ค่อนข้างที่จะให้สัญญาณหลอกค่อนข้างบ่อย ตัวเส้น MA จะพันกันมั่วไปหมด
ดังนั้นเราจะไม่ใช้ Moving Average เป็นสัญญาณซื้อ-ขายในตอนที่สภาวะตลาดเป็น Sideway

Moving Average(MA) “เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้หาค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่เรากำหนด”

โดยอินดิเคเตอร์ Moving Average(MA) จะนำเอา ราคาปิด จุดสูงสุด จุดต่ำสุด มาหาค่าเฉลี่ย ในช่วงเวลาที่เรากำหนดหรือช่วงเวลาที่เราต้องการใช้หาค่าเฉลี่ย
สมมุติว่า ต้องการทราบว่าราคาใน 10 วันนี้มีค่าเฉลี่ยเท่าไหร่

10 วันนี้คือช่วงเวลาที่กำหนด

Moving Average(MA) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น ใช้เพื่อหาแนวโน้มของราคา ใช้หาแนวรับ-แนวต้าน(Support – Resistance) และสามารถใช้ Moving Average(MA) เป็นสัญญาณในการซื้อ-ขายได้เช่นเดียวกัน
โดย Moving Average จะมีมากมายหลากหลายชนิด แต่ที่เราที่นิยมใช้ในตลาด Forex มีเพียง 2 ชนิดได้แก่
1. Simple Moving Average (SMA)
2. Exponential Moving Average (EMA) 

เทคนิค Moving Average

เทคนิค Moving Average มีหลากหลายมากมายวิธี แต่เนื้อหานี้ผมจะสรุปเกี่ยวเทคนิคและประโยชน์ของ Moving Average ที่ใช้ในตลาด Forex ออกเป็น 4 วิธี ได้แก่

1. ใช้ Moving Average ดูแนวโน้มของราคา

เราสามารถใช้เส้น Moving Average เพื่อหาแนวโน้มของราคาได้ ใช้ในการยืนยันว่าตอนนี้ราคากำลังเคลื่อนที่ในแนวโน้มอะไร

แนวโน้มขาขึ้น Uptrend

ลักษณะของแนวโน้มขาขึ้นคือ เส้น Moving Average ที่มีค่าน้อยจะอยู่ข้างบน เส้น Moving Average ที่มีค่ามากจะอยู่ข้างล่าง

ตามตัวอย่าง
ในตัวอย่างจะมีค่า EMA(50) คือเส้นสีน้ำเงิน, EMA(100) คือเส้นสีชมพู

แนวโน้มขาลง Downtrend

ลักษณะของแนวโน้มขาขึ้นคือ เส้น Moving Average ที่มีค่าน้อยจะอยู่ข้างล่าง เส้น Moving Average ที่มีค่ามากจะอยู่ข้างบน

ตามตัวอย่าง
ในตัวอย่างจะมีค่า EMA(50) คือเส้นสีน้ำเงิน, EMA(100) คือเส้นสีชมพู

2. ใช้ Moving Average เพื่อหาแนวรับ-แนวต้านของราคา

Moving Average สามารถใช้หาแนวรับแนวต้านได้ โดยเส้น Moving Average ที่นิยมใช้ในการหาแนวรับ-แนวต้านจะอยู่ในประเภท Simple Moving Average มีชื่อย่อว่า SMA เนื่องจาก SMA จะให้ความสำคัญในการคำนวณในแต่ละวันเท่าๆกัน แต่ EMA จะให้ความสำคัญในการคำนวณราคาล่าสุดเป็นสำคัญ ตัวเส้น EMA จึงค่อนข้างแกว่งตัวตามราคาปัจจุบันทำให้มันดูไม่นิ่ง SMA จึงเหมาะกับใช้เป็นแนวรับ-แนวต้านมากกว่า เพราะ SMA จะไม่ค่อยแกว่งตัวตามราคาปัจจุบัน

แนวรับ Support

ในตัวอย่างใช้เส้น SMA(100) เพื่อให้หาแนวรับของราคา

แนวต้าน Resistance

ในตัวอย่างใช้เส้น SMA(100) เพื่อให้หาแนวต้านของราคา

3. ใช้ Moving Average เพื่อดูโมเมนตัมของราคา

โมเมนตัม (Momentum) คือความสามารถของราคาในการเคลื่อนที่ตามแนวโน้ม ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆคือ ใช้ดูว่าราคามีโอกาสเปลี่ยนแนวโน้มหรือยัง ซึ่งเส้น Moving Average ที่ใช้ดูโมเมนตัมของราคาจะนิมยมใช้ตัว EMA เราจะใช้อยู่ดูโมเมนตัมของราคาอยู่ 3 เส้น

ในตัวอย่าง ผมขอใช้ 3 เส้นดังนี้
1.EMA(20) = เขียว
2.EMA(50) = ม่วง
3.EMA(100) = แดง

แนวโน้มขาขึ้น Uptrend

ลักษณะของแนวโน้มขาขึ้นคือ เส้น Moving Average ที่มีค่าน้อยจะอยู่ข้างบน เส้น Moving Average ที่มีค่ามากจะอยู่ข้างล่าง

ตัวอย่างการเกิดโมเมนตัมที่แนวโน้มขาขึ้น

ในกรอบสีน้ำเงิน หมายความว่ายังไม่เป็นโมเมนตัม
ในกรอบสีดำ หมายความว่า มีโมเมนตัมเกิดขึ้นที่แนวโน้มขาขึ้น

แนวโน้มขาลง Downtrend

ลักษณะของแนวโน้มขาขึ้นคือ เส้น Moving Average ที่มีค่าน้อยจะอยู่ข้างล่าง เส้น Moving Average ที่มีค่ามากจะอยู่ข้างบน

ตัวอย่างการเกิดโมเมนตัมที่แนวโน้มขาลง

ในกรอบสีน้ำเงิน หมายความว่ายังไม่เป็นโมเมนตัม
ในกรอบสีดำ หมายความว่า มีโมเมนตัมเกิดขึ้นที่แนวโน้มขาลง

4. ใช้ Moving Average เพื่อหาสัญญาณซื้อขายในการทำกำไร

Moving Average สามารถใช้หาสัญญาณซื้อขายได้หลากหลายวิธี แต่ในตัวอย่างนี้ผมจะใช้เส้น Moving Average ประเภท EMA 2 เส้นในการหาสัญญาณ ได้ EMA(20) เส้นสีเขียว, EMA(50) เส้นสีแดง

สัญญาณซื้อ คือ เข้า Buy เมื่อเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงขึ้นไป แล้วเส้นสีเขียวอยู่ข้างบน
สัญญาณขาย คือ เข้า Sell เมื่อเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงลงมา แล้วเส้นสีเขียวอยู่ข้างล่าง

ในตัวอย่าง
วงกลมสีแดงคือสัญญาณ Sell, วงกลมสีเขียวคือสัญญาณ Buy

มาดูตัวอย่างการทำกำไรจากแนวโน้มขาขึ้น
เข้า Buy เมื่อเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงขึ้นมาข้างบน และจะปิดออร์เดอร์เมื่อเส้นสีแดงตัดเส้นสีเขียวลงมา


ตัวอย่างการทำกำไรจากแนวโน้มขาลง
จะเข้า Sell เมื่อเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงลงมาข้างบน และจะปิดออร์เดอร์เมื่อเส้นสีแดงตัดเส้นสีเขียวขึ้นไป


และสุดท้ายนี้มาดูกันว่าทำไมผมไม่นิยมใช้ Moving Average ในสภาวะตลาดที่เป็น Sideway

เห็นไหมครับว่าแต่ละจุดที่บอกให้ Buy หรือ Sell จะไม่ห่างกันมาก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะขาดทุน

บทความในเนื้อหาจะพูดถึงหลักการทำกำไรทั่วไปแบบพื้นฐาน บทเรียนต่อไปจะยากขึ้นมาอีกขั้นเกี่ยวกับการทำกำไรด้วย EMA( Exponential Moving Average)  ในตลาด Forex แต่ก่อนจะไปถึงบทเรียนหน้า เราต้องทำความเข้าใจบทเรียนนี้ก่อนนะครับ ถ้าหากไม่เข้าใจจุดไหนแนะนำให้อ่านซ้ำๆ หลายๆ รอบนะครับ