Indicator Forex ที่อยากแนะนำ Indicator Forex เทพๆ ที่คุณต้องรู้

Indicator Forex ที่อยากแนะนำ Indicator Forex เทพๆ ที่คุณต้องรู้ แน่นอนว่าการวิเคราะห์กราฟราคาด้วยปัจจัยทางเทคนิคและการวิเคราะห์กราฟราคาด้วย Indicator นั้นเป็นของคู่กัน เทรดเดอร์ในตลาด Forex โดยส่วนใหญ่นั้นเป็นเทรดเดอร์ที่วิเคราะห์กราฟราคาด้วยปัจจัยทางเทคนิคอยู่แล้ว เนื่องจากว่าในตลาด Forex มีความผันผวนสูง มีการแกว่งตัวสูงมากในแต่ละวัน ดังนั้นหากเทรดเดอร์คนใดที่ต้องการซื้อขาย Forex ด้วยความรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลามากมายเพื่อหาข้อมูลในการเข้าซื้อขาย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์ในตลาด Forex ส่วนใหญ่ใช้การวิเคราะห์กราฟราคาด้วยปัจจัยทางเทคนิค และการวิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนใหญ่นั้นมักจะพึ่งพาสัญญาณการซื้อขายจาก Indicator นี่จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ผมจะพาไปทำความรู้จัก Indicator Forex ที่อยากแนะนำ และ Indicator Forex เทพๆ ที่คุณต้องรู้

แนะนำ Indicator Forex เทพๆ ที่คุณต้องรู้

1. Stochastic Osilator

Stochastic Oscillator คืออะไร

Stochastic เป็นหนึ่งในอินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาด Forex เนื่องจากว่า Stochastic เป็นอินดิเคเตอร์ที่ให้สัญญาณการซื้อขายที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง จึงเป็นที่ถูกใจของเทรดเดอร์ในตลาด Forex เป็นอย่างมาก โดย Stochastic เป็นอินดิเคเตอร์ที่จัดอยู่ในหมวด Oscillator ซึ่งหมายถึงอินดิเตอร์ที่วัดการแกว่งตัวของราคา หรือเป็นอินดิเคเตอร์ที่เหมาะกับการวิเคราะห์ในสภาวะตลาดที่เป็น Sideway

การเปิดใช้งาน Stochastic Oscillator

เปิดโปรแกรม MT4 แล้วเข้ามาที่แถบเมนู Insert > Indicators > Oscillators > Stochastic Oscillator

2 เส้นองค์ประกอบใน Stochastic Oscillator

  1. เส้น %k คือเส้น Stichastic มีลูกศรสีแดงชี้อยู่
  2. เส้น %D คือเส้นค่าเฉลี่ยของ %K ในรูปคือเส้นประสีแดง

เรียนรู้วิธีการทำกำไรด้วย Stochastic Oscillator คลิกที่นี่

 

2. MACD

MACD คืออะไร

MACD หลายคนอาจจะเรียกว่า แม็ค-ดี หรือบางคนก็อาจจะเรียกว่า เอ็ม-เอ-ซี-ดี ตรงๆตัวเลย ซึ่งมีชื่อย่อมาจากคำว่า (Moving Average Convergence Divergence) โดยผู้คิดค้น MACD ขึ้นมาคือ Gerald Appel ในช่วงปี 1970 ประยุกต์มาจากเส้น Moving Average 2 เส้นพร้อมๆกันโดยมีค่าของเส้น Moving Average ที่แตกต่างกัน

ซึ่ง MACD คืออินดิเคเตอร์ (Indicator) ตัวหนึ่งที่อยู่ในหมวดของ Oscillators อินดิเคเตอร์ที่วัดการแกว่งตัวของกราฟราคาหรือใช้กับตลาดที่อยู่ในสภาวะตลาดที่เคลื่อนที่ไปด้านข้างหรือ Sideway แต่เทรดเดอร์ในตลาด Forex ส่วนใหญ่นิยมใช้ MACD ในสภาวะตลาดที่เป็นเทรนด์ Trend

ส่วนประกอบของ MACD

1. MACD Histogram (แท่งสีขาว)

2. Signal Line (เส้นประสีแดง)

3. Moving Average (เส้นสีเขียว)

ในโปรแกรม MetaTrader4 หากคุณเลือกอินดิเตอร์ MACD จะมีมาให้เพียงแค่ MACD Histogram และ Signal Line 2 อย่างนี้ โดยเส้น Moving Average ต้องเพิ่มเอาเอง

การเรียกใช้ MACD และการปรับค่า

1. เข้ามาที่แท็บเมนูบน Insert > Indicators >  Oscillators > MACD

หลังจากนั้นจะมี Popup เด้งขึ้นมาเพื่อให้ปรับค่า MACD หลังจากนั้นให้ปรับค่าเป็น Fast EMA: 15, Slow EMA: 35 และ MACD SMA: 9  ค่านี้เป็นค่าที่ค่อนข้างโอเคในระดับหนึ่ง หากเทรดเดอร์มีค่านี้ของตัวเองแล้วสามารถปรับได้ตามใจชอบเลย แต่ค่าที่ผมบอกไปเป็นค่าที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะเทรดเดอร์ Forex ในต่างประเทศ

เรียนรู้วิธีการทำกำไรด้วย MACD คลิกที่นี่

3. Moving Average

Moving Average หรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ มีชื่อย่อว่า MA

Moving Average(MA) เป็นอินดิเคเตอร์ตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ว่าจะในตลาดหุ้น หรือแม้แต่ในตลาด Forex ก็มีเทรดเดอร์ไม่น้อยที่ใช้ Moving Average(MA) เป็นเครื่องมือทำมาหากิน

Moving Average(MA) “เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้หาค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่เรากำหนด” และ Moving Average เป็นอินดิเคเตอร์ที่ไม่ค่อยเหมาะกับสภาวะตลาดที่เป็น Sideway เพราะถ้าตลาดเป็น Sideway เจ้า Moving Average ค่อนข้างที่จะให้สัญญาณหลอกค่อนข้างบ่อย ตัวเส้น MA จะพันกันมั่วไปหมด
ดังนั้นเราจะไม่ใช้ Moving Average เป็นสัญญาณซื้อ-ขายในตอนที่สภาวะตลาดเป็น Sideway

Moving Average(MA) “เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้หาค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่เรากำหนด”

โดยอินดิเคเตอร์ Moving Average(MA) จะนำเอา ราคาปิด จุดสูงสุด จุดต่ำสุด มาหาค่าเฉลี่ย ในช่วงเวลาที่เรากำหนดหรือช่วงเวลาที่เราต้องการใช้หาค่าเฉลี่ย
สมมุติว่า ต้องการทราบว่าราคาใน 10 วันนี้มีค่าเฉลี่ยเท่าไหร่

10 วันนี้คือช่วงเวลาที่กำหนด

Moving Average(MA) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น ใช้เพื่อหาแนวโน้มของราคา ใช้หาแนวรับ-แนวต้าน(Support – Resistance) และสามารถใช้ Moving Average(MA) เป็นสัญญาณในการซื้อ-ขายได้เช่นเดียวกัน
โดย Moving Average จะมีมากมายหลากหลายชนิด แต่ที่เราที่นิยมใช้ในตลาด Forex มีเพียง 2 ชนิดได้แก่
1. Simple Moving Average (SMA)
2. Exponential Moving Average (EMA) 

เรียนรู้วิธีการทำกำไรด้วย Moving Average คลิกที่นี่

4. Ichimoku

Ichimoku (อิชิโมกุ) คืออะไร

Ichimoku (อิชิโมกุ) คืออินดิเคเตอร์ตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในวงการ Forex และตลาดหุ้น ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อปลายทศวรรษ 1950 โดนนาย Goishi Hosoda เป็นนักข่าวชาวญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญในตลาดการเงินสำหรับหนังสือพิมพ์ “Ichimoku Kinko Hyo” ใช้เวลา 30 ปีในการพัฒนาเทคนิคต่างๆ ก่อนที่จะปล่อยออกมาให้แก่ผู้คนใช้จริง

Ichimoku (อิชิโมกุ) ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้สมาธิในการศึกษาสักระยะหนึ่งเพราะอินดิเคเตอร์ตัวนี้ค่อนข้างยากต่อการเข้าใจสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ ดังนั้นในบทความนี้ผมจะอธิบายในภาษาง่ายๆเหมือนภาษาที่เราคุยกันเผื่อเทรดเดอร์จะเข้าใจมากยิ่งขึ้น

Ichimoku (อิชิโมกุ) มีเครื่องมือย่อยอยู่ 5 อย่าง ได้แก่

  1. Tenkan Sen (เท็นกัง เซ็น)
  2. Kijun Sen (คิจุน เซ็น)
  3. Senkou Span A (เซ็นโคว สแปน เอ)
  4. Senkou Span B (เซ็นโคว สแปน บี)
  5. Chinkou Span (ชินโคว สแปน)

5 ข้อนี้ เป็นสิ่งที่เราจะใช้ในการทำความเข้าใจและใช้ในการวิเคราะห์กราฟในตลาด Forex ด้วย Ichimoku (อิชิโมกุ)

 

การเรียกใช้อินดิเคเตอร์ Ichimoku (อิชิโมกุ)

เข้าไปที่โปรแกรม MetaTrader 4 หรือโปรแกรม MetaTrader 4 เข้ามาที่แท็บเมนู Insert > Indicators > Trend > Ichimoku Kinko Hyo

ค่าดั่งเดิมในโปรแกรมแรกเริ่มมีค่า Tenkan-sen: 9, Kijun-sen: 26, Senkou Span B: 52 ตามภาพ ให้กด “OK”

เมื่อกดตกลง หรือ OK แล้วจะมีหน้าตาตามภาพข้างล่าง แบบนี้ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว ในขั้นตอนการเรียกใช้ 

เรียนรู้วิธีการทำกำไรด้วย Ichimoku คลิกที่นี่

5. RSI

RSI Indicator คืออะไร

RSI มีชื่อย่อมาจากคำว่า “Relative Strength Index” โดยผู้ที่คิดค้นและพัฒนาอินดิเคเตอร์ RSI คือ J Welles Wilder โดยมีรากฐานแนวคิดการคำนวณมาจาก Momentum โดยอินเคเตอร์ RSI จัดเป็นอินดิเคเตอร์ที่อยู่ในหมวดของ Oscillator หรืออินดิเคเตอร์ที่อยู่ในหมวดของการวัดการแกว่งตัวของกราฟราคา โดย RSI จะวิ่งอยู่ในค่าระหว่าง 0-100

โดย RSI Indicator จะแบ่งเป็น2 โซน ได้แก่

  • Overbought

  • Oversold

ถ้าหาก RSI อยู่เหนือเส้น 70 แสดงว่าราคาอยู่ในโซน Overbought เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นั้นมักจะทำการ Sell ก็ต่อเมื่อราคามีราคาปรับตัวลงมาชนเส้น 70 (จะไม่เปิดออร์เดอร์ Sell ทันทีที่ราคาขึ้นไปชนเส้น 70)

 

ถ้าหาก RSI อยู่ใต้เส้น 30 แสดงว่าราคาอยู่ในโซน Oversold เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นั้นมักจะทำการ Buy ก็ต่อเมื่อราคามีราคาปรับตัวขึ้นมาชนเส้น 30 (จะไม่เปิดออร์เดอร์ Buy ทันทีที่ราคาลงไปชนเส้น 30)

เรียนรู้วิธีการทำกำไรด้วย RSI คลิกที่นี่

6. Fibonacci Retracement

Fibonacci (ฟีโบนักชี) คืออะไร?

Fibonacci (ฟีโบนักชี) เป็นอิดิเคเตอร์ตัวหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับเทรดเดอร์ในตลาด Forex เนื่องจากว่ามีความแม่นยำที่เชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง โดยหลักการวิเคราะห์ของ Fibonacci (ฟีโบนักชี) คือวิเคราะห์หาแนวรับ-แนวต้านของกราฟราคา เพื่อวิเคราะห์ว่าราคาน่าจะเคลื่อนที่ไปถึงจุดไหน น่าจะพักตัวไปถึงจุดไหน และหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ควรจะตั้ง Stop loss ไว้ที่จุดไหน เรียกได้ว่าครบครันเลยทีเดียว

 

ประวัติ Fibonacci (ฟีโบนักชี)

ผู้คิดค้น Fibonacci (ฟีโบนักชี) ขึ้นมาคือ Leonardo Fibonacci (ลีโอนาร์โด ฟีโบนักชี) เขาเป็นนักคณิตศาสตร์ที่เมืองปิซ่า ประเทศอิตาลี เกิดในปลายทศวรรษที่ 12 ประมาณปี ค.ศ. 1170 – 1250 ซึ่งจริงแล้วเขายังมีชื่ออื่นๆอีกด้วย เช่น เลโอนาร์โด ปีซาโน (Leonardo Pisano) แต่ในปัจจุบันเรามักจะรู้จักเขาในชื่อ Fibonacci (ฟีโบนักชี) เขาเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในยุคนั้น

โดยพ่อของเขามีชื่อว่า กูกลีเอลโม วิลเลียม (Guglielmo William) มีอาชีพเป็นศุลการักษ์ ในสมัยนั้นที่เมืองบูเกีย (Bugia) ซึ่งเป็นเมืองท่าอยู่บริเวณแอฟริกาเหนือ Fibonacci (ฟีโบนักชี) ได้ร่วมเดินทางมาอยู่กับบิดาของเขาด้วยตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งตอนนี้เองเขาได้เรียนรู้ระบบเลขอาราบิก

หลังจากที่เขาเรียนรู้เลขอาราบิกแล้ว เขารู้สึกว่าเลขอาราบิกนั้นง่ายและมีประสิทธิภาพมากกว่าเลขโรมมันเป็นอย่างมาก เขาจึงออกเดินทางไปย่าคาบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนกับนักคณิตศาสตร์ชาวอาหรับ และได้เดินทางกลับมาในบ้านเกิดเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1200 และ ปี ค.ศ. 1202 เขาอายุได้ 32 ปี ซึ่งเขาได้เผยแพร่สิ่งที่เขาศึกษามาในหนังสือ  ลิเบอร์ อะบาชี (Liber Abaci) หรือ คัมภีร์แห่งการคำนวณ

Fibonacci (ฟีโบนักชี) โด่งดังเป็นอย่างมากถึงขั้นได้รับเกียรติให้เป็นพระราชอาคันตุกะของจักรพรรดิเฟรดริกที่ 2 (Emperor Frederick II)

อ้างอิงข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

Fibonacci Retracement

โดย Fibonacci รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในการใช้วิเคราะห์กราฟราคา

 

ขั้นตอนการเรียกใช้ Fibonacci Retracement บนโปรแกรม MT4

  1. เข้าไปที่แถบเมนูบนที่ชื่อ “Insert”
  2. เลือก Fibonacci
  3. เลือก Fibonacci Retracement

การลาก Fibonacci Retracement

1. เมื่อเปิด Fibonacci Retracement ขึ้นมาแล้ว หากราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ให้นำ 0 ไว้ที่จุดตำสุด แล้วเอา 100 ไว้ที่จุดสูงสุด ถ้าหากเป็นแนวโน้มขาลง ให้นำ 0 ไว้ที่จุดสูงสุด แล้วเอา 100 ไว้ที่จุดต่ำสุด

แนวโน้มขาขึ้น

แนวโน้มขาลง

เรียนรู้วิธีการทำกำไรด้วย Fibonacci Retracement คลิกที่นี่

 

7. Bollinger Bands

Bollinger band เป็นอินดิเคเตอร์หนึ่งที่ได้รับความนิยมไปอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะเทรดเดอร์ในตลาด Forex โดย Bollinger band สามารถใช้ในการวิเคราะห์สภาวะตลาดที่เป็นเทรน ไซด์เวย์ หรือแม้แต่หาสัญญาณการกลับตัว ก็ได้เช่นเดียวกัน

นี่เป็นเพียงการจัดอันดับที่เกิดขึ้นจากทีมงาน Forex.co.th เท่านั้น หากคุณมีความเห็นแตกต่างสามารถแสดงความคิดเห็นได้เลย และการวิเคราะห์กราฟราคาในตลาด Forex มีมากมายหลากหลายรูปแบบ จะวิเคราะห์ด้วยอินดิเตอร์หรือวิเคราะห์ด้วยกราฟราคาเพียงอย่างเดียว ก็สามารถทำได้ เทรดเดอร์ควรเลือกสิ่งที่ตนเองถนัดในการวิเคราะห์กราฟราคา

ส่วนประกอบของ Bollinger band
1. Upper Band หมายถึงเส้นขอบบน
2. Middle Band หมายถึงเส้นขอบกลาง
3. Lower Band หมายถึงเส้นขอบล่าง

ตามตัวอย่างข้างล่าง

เรียนรู้วิธีการทำกำไรด้วย Bollionger Band คลิกที่นี่

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...

About the author

Related