เทรนไลน์ (Trend Line) คืออะไร ? วิธีการลากเทรนไลน์เบื้องต้น

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...

เทรนไลน์ (Trend line) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีความสำคัญมากในหมู่นักวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่เฉพาะแค่ในตลาด Forex แต่ในตลาดหุ้นยังนิยมใช้เทรนไลน์เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์อีกด้วย โดยเทรนไลน์นั้นจะใช้หาแนวโน้ม หาการกลับตัวและโอกาสการเปลี่ยนแนวโน้มของราคา โดยเนื้อหาในบทนี้จะอาศัยความรู้พื้นฐานเรื่องแนวรับ-แนวต้านมาประยุกต์ใช้อีกด้วย

แนวโน้มมีทั้งหมด 3 แนวโน้ม ดังนี้

1. Uptrend แนวโน้มขาขึ้น
2. Downtrend แนวโน้มขาลง
3. Sideway แนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง

ทำความรู้จักแนวโน้มในตลาด Forex

ในการลากเทรนไลน์จะลากจากจุดหนึ่งมายังจุดหนึ่ง โดยไม่จำเป็นจะต้องลากจากจุดต่ำสุดหนึ่งไปยังอีกจุดต่ำสุดหนึ่งหรือลากจากจุดสูงสุดหนึ่งไปยังจุดสูงสุดอีกจุดสูงสุดหนึ่ง แต่เราสามารถลากได้ตามอิสระ เราอาจจะลากจากจุดสูงสุดหนึ่งไปยังอีกจุดต่ำสุดหนึ่ง หรือจะลากจากจุดต่ำสุดหนึ่งไปยังอีกจุดสูงสุดหนึ่งก็ได้เช่นเดียวกัน มันไม่จำเป็นหรอกว่าเส้นเทรนไลน์เส้นนี้จะต้องเป็นแนวรับหรือแนวต้านอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งบางทีมันอาจจะทำหน้าที่เป็นทั้งแนวรับและแนวต้านภายในเส้นเดียวเลยก็ได้ (ตามตัวอย่างข้างล่างนี้)


ตัวอย่าง ขั้นตอนการลากเทรนไลน์ขั้นพื้นฐานเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค มีขั้นตอนดังนี้

1. ผมจะลากเทรนไลน์จากแนวรับและแนวต้านของราคา

2. ผมคาดการณ์ว่าราคาน่าจะขึ้นทดสอบที่แนวต้าน ตอนนี้ผมยังไม่คาดการณ์ว่าราคาจะทะลุแนวต้านไปได้หรือไม่ ควรรอราคาถึงแนวต้านก่อนค่อยดูกันอีกที

3. มองหาจุดทำกำไร ผมจะรอเปิดออร์เดอร์ก็ต่อเมื่อราคามาอยู่ที่แนวรับ-แนวต้านเพื่อความแน่ใจ ผมจะ Buy หรือ Sell ก็แล้วแต่เงื่อนไขดังต่อไปนี้

 

3.1. ถ้าหากราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านไปได้จะทำการ Sell เพราะคาดการณ์ว่า “ราคาน่าจะกลับมาที่แนวรับ”

3.2. ถ้าหากราคาสามารถทะลุแนวต้านไปได้จะทำการ Buy เพราะคาดการณ์ว่า “ราคาน่าจะไปต่อจนเจอแนวต้านใหม่”

นี่ก็เป็นเพียงการลากเทรนไลน์พื้นฐานเท่านั้นนะครับ เพราะจริงๆแล้วการต้องใช้ทั้งจิตนาการในการมองแนวโน้มเพื่อลากเทรนไลน์และความรู้เรื่องอื่นๆเข้ามาช่วยในการคาดการณ์ราคาด้วย เช่น จิตวิทยา ความรู้ด้านอินดิเคเตอร์ เป็นต้น การลากเทรนไลน์ไม่จำเป็นต้องลากเพียงแค่ 2 เส้นครับ คุณสามารถจะลากกี่เส้นก็ได้ตามที่คุณมองเห็นและคิดว่ามันน่าจะสำคัญต่อการวิเคราะห์ของคุณ (ตามตัวอย่างข้างล่าง)