จริงหรือไม่? การเทรด Forex ได้กำไรดีกว่าฝากธนาคาร

เดี๋ยวนี้ใครๆ ต่างก็อยากหารายได้เสริมกันทั้งนั้น ด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ลำพังเงินเดือนอย่างเดียวคงไม่เพียงพออีกต่อไป ซึ่งช่องทางการหาเงินในปัจจุบันก็มีหลากหลายช่องทางบ้าง หลายคนที่ถนัดในเรื่องการเงินก็เลือกที่จะเล่นหุ้นหรือทำกำไรเกี่ยวกับเงิน อย่างเช่น การเทรด Forex ซึ่งก็เป็นอีกช่องทางที่สร้างเงินได้ไวสุดแต่ก็มีความเสี่ยงสุดเช่นกัน จึงเกิดคำถามที่ว่า การเทรด Forex นั้นดีกว่าการเอาเงินไปฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยหรือเปล่า เพราะมีหลายคนที่อยากลองแต่ก็ไม่กล้าเสี่ยง กลัวเงินเก็บที่มีจะหายไป

ตัวอย่างการทำกำไรจำนวนมาก

การเทรด Forex นั้นได้กำไรมากกว่านำเงินไปฝากธนาคาร อาจจะได้ผลตอบแทนมากกว่า 100% ต่อปี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จหรือได้รับผลตอบแทนมากขนาดนี้ เพราะว่าการเทรดสกุลเงินนั้นมีความเสี่ยงสูง ซึ่งหากลองมองแล้วจะรู้ว่าการได้กำไรจำนวนมหาศาลนั้นก็ต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนที่มากเช่นกัน หากลองเทียบผลเฉลี่ยต่อปีแล้ว เทรดเดอร์มืออาชีพจะได้กำไรตั้งแต่ 20% ขึ้นไปทั้งนี้รวมในเรื่องของความเสี่ยงแล้ว 50% จากผลกำไร หากลงเงินไป 100  ดอลลาร์ก็จะได้กำไร 50 ดอลลาร์ ในขณะที่ 50% ของกำไร 500,000 ดอลลาร์นั้นมีมูลค่า 250,000 ดอลลาร์ ดังนั้นยิ่งลงทุนขนาดใหญ่ก็จะได้กำไรมาก แต่ความเสี่ยงก็มากตามไปด้วยเช่นกัน

เทรด Forex ดีกว่าฝากธนาคารกินดอก ทำไมถึงยังเลือกฝากเงินธนาคาร?

เพราะว่าการเทรดสกุลเงินนั้นไม่ใช่ว่าจะได้กำไรเสมอไป และไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าเงินต้นจะอยู่ครบ เพราะอย่างที่บอกไปว่าการเทรด Forex นั้นมีความเสี่ยง ไม่แน่นอนเหมือนการเอาเงินไปฝากธนาคาร แม้จะได้กำไรน้อยแต่แน่นอนว่าเงินต้นยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ดังนั้นการเทรดสกุลเงินจึงเหมาะกับคนที่กล้าได้กล้าเสีย มีเงินเย็นอยู่ในมือแบบที่หากว่าเล่นขาดทุนก็ไม่เดือดร้อนอะไร งั้นลองมาประเมินตัวเองดูดีกว่า ว่ารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และเหมาะที่จะลงทุนประเภทใดบ้างที่ไม่เสี่ยงเจ็บตัว

ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดการแบกรับความเสี่ยงมีอะไรบ้าง

1. อายุ

อายุถือเป็นเกณฑ์บอกวัดความเสี่ยงได้ดี หากว่านักลงทุนเพิ่งจะอายุ 20 ต้นๆ ย่อมแบกรับความเสี่ยงได้ดีกว่านักลงทุนที่เริ่มต้นเทรดเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปเพราะหากยังอายุน้อยก็ยังมีความสามารถ มีแรงในการหาเงินมาชดเชยในส่วนที่ขาดทุนไป เพราะหากเจ๊งเมื่ออายุ 20 ปี ยังดีกว่าเจ๊งตอนอายุ 40 ปี เพราะตอน 20 ปี อาจจะยังมีผู้ปกครองคอยช่วยเหลือได้ แต่พอถึงไวต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว มันไม่ใช่แค่ตัวเรา ยังมีคนอื่นๆที่เราต้องดูแล ดังนั้นเมื่อวัยต่างกัน ย่อมมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน, ภาระที่แตกต่างกัน และยอมรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน

2. ความมั่นคง

ความมั่นคงทางการเงินนั้นคือตัวชี้วัดเงินทุน หากว่ามีเงินในบัญชีอยู่เยอะ ก็จะแบกรับความเสี่ยงในการขาดทุนได้ดีกว่าคนที่มีเงินในบัญชีน้อย เช่น หากมีเงินในบัญชีอยู่ 1,000,000 บาท ขาดทุน 50,000 ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากๆ คิดเป็นเพียง 5% แต่หากมีเงินในบัญชีอยู่ 100,000 บาท แต่ขาดทุน 50,000 บาท คิดเป็น 50% แบบนี้ก็จะเสี่ยงมากกว่า

2. ภาระในชีวิต

หากว่ามีภาระหนี้สินและต้องรับผิดชอบครอบครัว ก็ต้องดูว่าภาระค่าใช้จ่ายเยอะแค่ไหน คุ้มหรือไม่ที่จะเอาเงินมาเสี่ยง หากภาระค่อนข้างมากก็ควรเลือกลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำๆ หรือเลือกที่จะฝากเงินกับธนาคารจะดีกว่า ดอกเบี้ยช้าแต่เงินต้นไม่สูญ

3. ระยะเวลา

ช่วงระยะเวลาในการลงทุนก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะหากเลือกที่จะลงทุนในระยะยาวก็จะเจอกับสภาวะความผันผวนของตลาดได้มากกว่า ดังนั้นควรมีเงินเย็นเพื่อลงทุนจะทำให้แบกรับความเสี่ยงได้มากกกว่า

4. ความรู้ในเรื่องการลงทุน

แน่นอนว่าการมีความรู้ในเรื่องการลงทุนจะทำให้ความเสี่ยงลดน้อยลง ดังนั้นหากพร้อมที่จะเล่นก็ควรศึกษาการเก็งกำไร Forex ให้ละเอียด ศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจเข้ามาเก็งกำไร

 

ทั้งนี้ก็สรุปได้ว่าการเทรด Forex นั้น อาจได้กำไรมากกว่าการฝากธนาคารหรือไม่ก็ได้ เพราะการเทรด Forex ก็มีความเสี่ยงสูงมาก หากเทรดไม่ดีก็อาจขาดทุนได้เหมือนกัน

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...

About the author

Related

error: Content is protected !!